การขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำกลางทะเล กิจกรรมที่ไม่พึงปรารถนา

เรือแม่เป็นฐานบัญชาการ ขนถ่ายสัตว์น้ำกลางทะเล ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ห่างไกลตัวเรา แต่สิ่งเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นกลางมหาสมุทร

- - -

การขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำกลางทะเล กิจกรรมที่ไม่พึงปรารถนา

เรือแม่เป็นฐานบัญชาการ ขนถ่ายสัตว์น้ำกลางทะเล ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ห่างไกลตัวเรา แต่สิ่งเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นกลางมหาสมุทร

ในปี 2558 ระหว่างกำลังปฏิบัติงานรณรงค์ เรือเรนโบว์วอร์ริเออร์พบการขนถ่ายกลางทะเลในทะเลหลวง ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ห่างไกลจากแผ่นดินมากกว่า 200 ไมล์ทะเล และอยู่นอกเหนือขอบเขตกฎหมายของประเทศใด

ดูเผินๆ อาจเหมือนไม่มีอะไร กองเรือขนาดใหญ่อยู่กระจัดกระจาย ลำเลียงเชื้อเพลิงและเสบียงไปยังเรือประมงอีกหลายลำในทะเล และเรืออีกหลายต่อหลายลำก็ทำเช่นเดียวกันนี้

มีเรือขนาดใหญ่ประเภทหนึ่งที่เรียกว่า เรือห้องเย็น(Reefer) ซึ่งมีระวางบรรทุกปลาแช่แข็งที่ถ่ายเทมาจากเรือประมงเล็ก กระบวนการถ่ายเทปลาจากเรือลำหนี่งไปอีกลำหนึ่งเรียกว่า การขนถ่ายกลางทะเล การทำเช่นนี้ ช่วยให้เรือประมงลอยลำอยู่ในทะเลได้นานหลายเดือนหรือหลายปีโดยไม่ต้องกลับเข้าฝั่ง อุตสาหกรรมประมงอ้างว่า การขนถ่ายกลางทะเลช่วยประหยัดทั้งเงิน เชื้อเพลิงและเวลา แต่รายงานล่าสุดกลับพบว่า วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ไร้ประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นการปล้นมหาสมุทร หลบเลี่ยงกฎหมาย และหน่วงเหนี่ยวแรงงานประมงไว้บนเรือ โดยเขาเหล่านั้นต้องทำงานในที่ที่ไกลจากแผ่นดิน ก่อให้เกิดช่องโหว่ของการคุ้มครองทางกฎหมายที่นำไปสู่การกดขี่แรงงาน การประมงเกินขนาดและผิดกฎหมาย การทำประมงที่ขาดการรายงานและไร้การควบคุมนี้จึงดำเนินต่อไปโดยไม่มีการตรวจสอบ

อธิบายเพิ่มเติมคือ การขนถ่ายกลางทะเลทำให้เรือประมงสามารถเดินทางกว่าค่อนโลกเพื่อไปจับปลาในมหาสมุทรแปซิฟิก หน่วงเหนี่ยวคนงานไว้บนเรือประมงให้ห่างไกลจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งบางครั้งก็หลายปีกว่าจะได้ขึ้นฝั่งแปซิฟิกสักครั้ง

“เป็นที่รู้กันว่า  แรงงานประมงอยู่ในสภาพการจ้างงานที่ถูกหลอกและถูกบีบบังคับด้วยเหตุผลต่างๆนานา  กองเรือประมงโดยเฉพาะเรือประมงที่จับปลาระยะไกล มักจะลอยลำอยู่ในทะเลที่ไกลโพ้นเป็นเวลาหลายปีในแต่ละเที่ยว โดยมีการขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เสบียง ลูกเรือ(แรงงานประมง)และปลาในทะล ลูกเรือหรือแรงงานประมงรู้ด้วยว่า เป็นการยากที่จะรายงานการกดขี่แรงงาน การบาดเจ็บ และการตาย รวมทั้งขอความช่วยเหลือใดๆเพื่อปกป้องตัวพวกเขาเอง” International Labour Office, 2013 

สำนักข่าวเอพีใช้การตรวจจับสัญญาณดาวเทียมและภาพถ่าย เปิดโปงการขนถ่ายกลางทะเลของเรือประมงที่บังคับใช้แรงงานในน่านน้ำปาปัวนิวกินี หากไม่มีเรือขนาดใหญ่มาขนถ่ายปลาและส่งเชื้อเพลิงและเสบียงให้ เรือประมงทั้งหลายนี้ก็ต้องกลับเข้าฝั่งแปซิฟิก จะมีการตรวจสอบปลาที่จับมาได้ และลูกเรือ(แรงงานประมง)ที่ถูกกระทำรุนแรงหรือถูกกระทำทารุณก็จะมีโอกาสหลบหนี ปลาที่เอาขึ้นฝั่งใกล้ๆยังช่วยสร้างงานและรายได้ให้กับชาวบ้านรอบฝั่งแปซิฟิก ซึ่งกำลังเฝ้าดูมหาสมุทรของพวกเขาถูกกองเรือประมงโพ้นทะเลกำลังตักตวง

หน่วยงานหลายแห่งที่รับผิดชอบด้านการประมงทั้งระดับโลกและระดับภูมิภาคทราบดีถึงผลเสียของการขนถ่ายกลางทะเล การจัดการข้อมูลและวิทยาศาสตร์การประมง รวมทั้งเรื่องอุตสาหกรรมประมงและแรงงานประมง 

แนวทางในการทำประมงอย่างรับผิดชอบตามที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) แนะนำคือ “เพื่อกำหนดขอบเขตความเป็นไปได้ให้มากที่สุด 

รัฐเจ้าของธงควรห้ามเรือประมงของตัวเองในการดำเนินการขนถ่ายปลากลางทะเลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐเจ้าของธง และหากต้องการให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ ควรจะห้ามการขนถ่ายปลาในทะเลโดยสิ้นเชิง ซึ่งขณะนี้มีรัฐเจ้าของธงหลายแห่งออกมาตรการนี้แล้ว”

การจัดการประมงในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนนี้คือจะต้องมีการแจ้งล่วงหน้า 36 ชั่วโมง ว่าจะมีการขนถ่ายกลางทะเลในทะเลหลวง ประเทศสมาชิกต้องยื่น “แผนงานที่ระบุรายละเอียดขั้นตอนการขนถ่ายจนกระทั่งเรือเข้าเทียบชายฝั่ง” เรือประมงที่ใช้อวนล้อมจับ ซึ่งจับปลาทูน่าได้มากกว่าร้อยละ 70 ในบริเวณนี้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ถูกสั่งห้ามขนถ่ายกลางทะเลแล้ว 

หากมีบางอย่างที่เราสามารถพูดได้เกี่ยวกับการขนถ่ายกลางทะเล คือ การที่เราไม่รู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ การขนถ่ายกลางทะเลเป็นหลุมดำในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล ไม่ต่างอะไรกับการฟอกปลาและตบตาด้วยยี่ห้อ โลโก้และชื่อเสียง ในนามของมหาสมุทร ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องยุติวงจรนี้ เพื่ออนาคตของปลาทูน่า และเพื่อหยุดยั้งวิธีปฏิบัติต่อแรงงานประมง 

ถึงเวลาแล้วที่เราจะหยุดยั้งการขนถ่ายกลางทะเลหลวง และให้ “เรือแม่” ทั้งหลาย เหล่านั้นกลับไปอยู่แต่ในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์